‘บททดสอบแห่งความมุ่งมั่น’: เจาะลึกขุมกำลังและเส้นทางกลุ่ม G ในศึกฟุตบอลโลก 2026
ในโลกของฟุตบอล ทุกกลุ่มการแข่งขันย่อมมีเรื่องราวและมนต์ขลังซ่อนอยู่… สำหรับศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้น กลุ่ม G ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางสายเลือดลูกหนัง ทั้งยักษ์ใหญ่จากยุโรป ยอดทีมจากแอฟริกา สิงห์เฒ่าแห่งเอเชีย และตัวแทนแห่งโอเชียเนีย
การแข่งขันนัดปฐมฤกษ์ของกลุ่มนี้จะเริ่มขึ้นในวันที่ 15 มิถุนายน โดย เบลเยียม จะปะทะกับ อียิปต์ ที่สนาม ซีแอตเทิล สเตเดียม ขณะที่ อิหร่าน จะดวลกับ นิวซีแลนด์ ที่สนาม ลอสแอนเจลิส สเตเดียม… ใครคือผู้ท้าชิง และใครคือผู้ถูกท้าทาย? มาร่วมทำความรู้จักพวกเขากันครับ
🇧🇪 เบลเยียม: ปีศาจแดงแห่งยุโรปผู้โหยหาความสำเร็จ
- กุนซือ: รูดี การ์เซีย
- ผลงานดีที่สุด: อันดับ 3 (ปี 2018) นี่คือการปรากฏตัวในฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 15 ของเบลเยียม ทัพปีศาจแดงผ่านรอบคัดเลือกโซนยุโรป (กลุ่ม J) มาได้อย่างสง่างามด้วยสถิติไร้พ่าย (ชนะ 5 เสมอ 3) พร้อมทิ้งท้ายด้วยการถล่ม ลิกเตนสไตน์ ขาดลอย 7-0 ภายใต้การทำทีมของ รูดี การ์เซีย พวกเขาไม่ได้มาเพียงเพื่อเข้ารอบ แต่พวกเขาต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดและทำผลงานให้ดีกว่าอันดับ 3 ที่เคยทำไว้เมื่อปี 2018
🇪🇬 อียิปต์: ความหวังแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์
- กุนซือ: ฮอสซัม ฮัสซัน
- ผลงานดีที่สุด: รอบแบ่งกลุ่ม ทัพ “มัมมี่” ผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์ พวกเขาทำผลงานในรอบคัดเลือกโซนแอฟริกาได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม A ชนะ 8 เสมอ 2 จาก 10 นัด ยิงไปถึง 20 ประตู โดยมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงตัวความหวังที่ตะบันไปคนเดียวถึง 9 ลูก เป็นหัวใจสำคัญในการนำทัพ
🇮🇷 อิหร่าน: พญาราชสีห์แห่งเอเชีย
- กุนซือ: อาเมียร์ กาเลนอย
- ผลงานดีที่สุด: รอบแบ่งกลุ่ม อิหร่านถือเป็นขาประจำของเวทีนี้ โดยนี่คือการเข้ารอบครั้งที่ 7 ของพวกเขา ในรอบคัดเลือกโซนเอเชียรอบ 3 ทัพ “ทีมเมลลี่” คว้าแชมป์กลุ่ม A มาครองได้สำเร็จ ไฮไลต์สำคัญคือการได้ เมห์ดี ทาเรมี่ กองหน้าตัวเก่งเหมาสองประตูในเกมเสมออุซเบกิสถาน การมาเยือนอเมริกาเหนือครั้งนี้ อิหร่านมีเป้าหมายเดียวที่ชัดเจน นั่นคือการสร้างประวัติศาสตร์ทะลุเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ให้ได้เป็นครั้งแรก
🇳🇿 นิวซีแลนด์: ภาคภูมิใจหนึ่งเดียวจากโอเชียเนีย
- กุนซือ: ดาร์เรน เบซลีย์
- ผลงานดีที่สุด: รอบแบ่งกลุ่ม ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โซนโอเชียเนีย (OFC) ได้โควตาเข้ารอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติเป็นครั้งแรก และเป็นทัพ “ออลไวท์ส” ที่คว้าตั๋วใบนั้นมาครองหลังปราบ ฟิจิ และ นิวแคลิโดเนีย ในรอบคัดเลือก นี่คือการเล่นฟุตบอลโลกครั้งที่ 3 ของพวกเขา และหาก คริส วู้ด กองหน้าตัวเก่งได้ลงสนาม เขาจะกลายเป็นเจ้าของสถิติลงเล่นในฟุตบอลโลกมากที่สุดของทีมชาติทันที
เกร็ดประวัติศาสตร์ และ เส้นทางสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย
- ความทรงจำที่เม็กซิโก: ครั้งล่าสุดที่เม็กซิโกเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก (ปี 1986) เบลเยียมทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะพ่ายให้กับ อาร์เจนตินา ที่นำทัพโดย ดีเอโก้ มาราโดน่า และจบที่อันดับ 4
- ความเหนียวแน่นของทัพออลไวท์ส: แฟนบอลยังคงจำฟุตบอลโลก 2010 ได้ดี เมื่อนิวซีแลนด์สร้างเซอร์ไพรส์ยันเสมอแชมป์เก่าอย่าง อิตาลี และต้องตกรอบแบ่งกลุ่มไปโดยที่พวกเขาคือ “ชาติเดียวที่ไม่แพ้ใครเลย” ในทัวร์นาเมนต์นั้น
- รอบน็อกเอาต์: ทีมแชมป์กลุ่ม G จะได้ผ่านเข้าไปรอพบกับทีมอันดับ 3 จากกลุ่ม A, E, H, I หรือ J ในวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ซีแอตเทิล ส่วนทีมรองแชมป์กลุ่ม จะต้องไปดวลกับรองแชมป์กลุ่ม D ในวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ดัลลัส
ฟุตบอลลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้… กลุ่ม G อาจดูเหมือนเบลเยียมจะเหนือกว่าใครเพื่อน แต่แรงฮึดของอียิปต์ ความมุ่งมั่นของอิหร่าน และความใจสู้ของนิวซีแลนด์ ย่อมพร้อมที่จะสร้างปาฏิหาริย์ให้แฟนบอลทั่วโลกได้ประจักษ์