‘ความฝันที่ไม่มีวันหมดอายุ’: เวเวอร์ตัน กับภารกิจตามล่าดาวดวงที่ 6 และการรวมใจทัพแซมบ้า
คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในห้องนั่งเล่นที่เผยให้เห็นภาพชายวัย 38 ปี ดีใจจนหงายหลังตกโซฟาและนิ่งอึ้งไปด้วยความตื้นตัน กลายเป็นไวรัลที่สร้างรอยยิ้มไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ต ชายคนนั้นคือ เวเวอร์ตัน (Weverton) นายทวารจอมเก๋า ผู้ถูกเรียกตัวติดทีมชาติบราซิลชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 อย่างสุดเซอร์ไพรส์
แม้จะเคยอยู่ในทีมชุดลุยกาตาร์ 2022 ที่จบลงด้วยรอยน้ำตาหลังพ่ายโครเอเชียในรอบ 8 ทีม แต่การมีชื่ออยู่ในทีมชุดสุดท้ายของ คาร์โล อันเชลอตติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยถูกกุนซือชาวอิตาเลียนเรียกตัวมาใช้งานเลย ถือเป็นรางวัลแห่งความมุ่งมั่น เวเวอร์ตันจะได้ผนึกกำลังกับเพื่อนร่วมตำแหน่งอย่าง อลีสซง และ เอแดร์ซอน อีกครั้ง เพื่อภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาติ
ในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับ FIFA เวเวอร์ตันได้เปิดใจถึงความรู้สึกเบื้องหลังการติดทีมชาติ สปิริตในแคมป์ และบทบาทการเป็นพี่ใหญ่ที่คอยประคองรุ่นน้องในทัพเซเลเซา
ความรู้สึกที่เอ่อล้น และความฝันถึงแชมป์โลก “มันเป็นช่วงเวลาไม่กี่วันที่พิเศษมากๆ ครับ เต็มไปด้วยความสุขและความซาบซึ้งใจ” เวเวอร์ตันกล่าวถึงวินาทีที่รู้ว่าตัวเองติดทีมชาติ “ผมขอบคุณพระเจ้าและทุกคนที่ช่วยให้ผมเดินมาไกลถึงจุดนี้ ทุกๆ วันผมเฝ้าคิดถึงโอกาสที่เราจะได้สร้างประวัติศาสตร์ ได้เป็นตัวแทนของประเทศที่หลงใหลในฟุตบอล และมีผู้คนคอยหนุนหลังเราในการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6 กลับบราซิลให้ได้”
‘ทิ้งอีโก้’ กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ เมื่อถูกถามถึงการกลับมาร่วมงานกับ เนย์มาร์ (ที่เคยคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2016 ด้วยกัน) ท่ามกลางทีมที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ เวเวอร์ตันเน้นย้ำถึงสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือ ‘ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน’
“มันขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มนักเตะมุ่งมั่นต่อเป้าหมายมากแค่ไหน เราต้องทิ้งความหลงตัวเองและอีโก้ไว้เบื้องหลัง และให้ทุกคนทุ่มเทดึงเชือกไปในทิศทางเดียวกัน เรามีกลุ่มผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมและพร้อมจะคว้าโอกาสนี้ ทำทุกวิถีทางเพื่อจารึกชื่อของพวกเราลงในประวัติศาสตร์ฟุตบอลบราซิลครับ”
มิตรภาพของ ‘สามทหารเสือ’ ผู้พิทักษ์ตาข่าย บราซิลตัดสินใจเลือกผู้รักษาประตูทั้ง 3 คนหน้าเดิมจากฟุตบอลโลกครั้งที่แล้ว ซึ่งเวเวอร์ตันเล่าถึงความผูกพันนี้ด้วยความภาคภูมิใจ
“นอกจากพวกเขา (อลีสซง และ เอแดร์ซอน) จะเป็นผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยมแล้ว พวกเขายังเป็นคนดีมากๆ และผมโชคดีที่ได้นับพวกเขาเป็นเพื่อน เราเข้ากันได้ดีมากในปี 2022 และเคารพซึ่งกันและกันอย่างสูง ในฐานะผู้รักษาประตู เรารู้ดีว่ามีเพียงคนเดียวที่ได้ลงสนาม แต่เราผลักดันกันและกันทุกวัน เพื่อให้เราทั้งสามคนรักษามาตรฐานระดับสูงสุดเอาไว้ ใครก็ตามที่ไม่ได้ลงเล่น จะคอยส่งเสียงเชียร์คนที่เหลือเสมอครับ”
นอกจากนี้ เขายังเผยว่ามี ทาฟฟาเรล (ชุดแชมป์โลก 1994) และ มาร์กอส (ชุดแชมป์โลก 2002) เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในวัยเด็ก ที่สอนให้เขารู้จักความเข้มแข็งและการตัดสินใจภายใต้ความกดดัน
ก้าวที่ยากลำบาก สู่การเติบโตครั้งใหม่ การตัดสินใจอำลา พัลไมรัส สโมสรที่เขาสร้างตำนานร่วมกัน เพื่อย้ายไปอยู่กับ เกรมิโอ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับชายวัยนี้
“มันไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเลยครับ เมื่อนึกถึงทุกสิ่งที่ผมพานพบที่พัลไมรัส แต่ชีวิตมันมีบางจังหวะที่คุณต้องกล้าหาญ บางครั้งการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุด ก็คือสิ่งที่ทำให้คุณก้าวไปข้างหน้า ผมอธิษฐานขอการทรงนำจากพระเจ้า และรู้สึกว่านี่คือเส้นทางที่พระองค์ต้องการให้ผมเดินไป ผมมั่นใจว่ามันเป็นก้าวที่ถูกต้องสำหรับอาชีพของผม”
เรื่องราวชวนยิ้มของ ‘เอ็นดริก’ และ ‘ดานิโล่’ ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เวเวอร์ตันจะได้ร่วมงานกับอดีตรุ่นน้องที่พัลไมรัสอย่าง เอ็นดริก และ ดานิโล่ ซานโตส ซึ่งเขามีความทรงจำที่น่ารักร่วมกัน
“ผมเห็นเด็กสองคนนี้เติบโตขึ้นมาที่พัลไมรัส เราคว้าแชมป์ด้วยกัน และเรามีเรื่องตลกๆ เล่าให้ฟังด้วยครับ… สมัยก่อน ทุกครั้งที่เอ็นดริกทำประตูได้ ผมจะซื้อรองเท้าผ้าใบให้เขารองเท้าคู่หนึ่ง โดยมีดานิโล่ตามไปช่วยเลือกที่ห้างสรรพสินค้า แต่พอผมเริ่มตระหนักได้ว่าไอ้หนูนี่มันยิงประตูเยอะขนาดไหน ผมก็ต้องบอกตัวเองว่า ‘หยุดซื้อได้แล้ว!’ (หัวเราะ) ตอนนี้มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษมากครับ ที่จะได้มีพวกเขาทั้งสองคนอยู่ที่นั่นพร้อมกับผมในฟุตบอลโลก”