จอร์แดน นำก่อนแต่แผ่วปลาย! แอลจีเรีย โชว์ลูกฮึดรัวครึ่งหลังแซงดับ 2-1
ทัพนักเตะทีมชาติจอร์แดน ต้องพบกับความน่าเสียดาย หลังโชว์ฟอร์มเยี่ยมได้ประตูออกนำไปก่อนในครึ่งแรก ทว่าในครึ่งเวลาหลังโดน “ทัพจิ้งจอกทะเลทราย” ทีมชาติแอลจีเรีย ฮึดสู้และรัวคืนสองประตูรวด พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะไปได้อย่างสุดมันส์ 2-1
จอร์แดน ฉวยจังหวะขึ้นนำครึ่งแรก
เปิดฉากครึ่งแรก ทั้งสองทีมต่างเปิดเกมรุกเข้าใส่กันอย่างสูสี แอลจีเรีย มีโอกาสลุ้นจากลูกยิงของ ริยาด มาห์เรซ และ อามีน กูอีรี่ แต่ก็ยังไม่ผ่านมือของ ยาซิด อบูไลลา นายด่านจอร์แดน
จนกระทั่งนาทีที่ 36 กลายเป็น จอร์แดน ที่มาได้ประตูเบิกร่องขึ้นนำสำเร็จ จากจังหวะที่ มูซ่า อัล ทามาริ ลากเลื้อยขึ้นมาป่วนแนวรับแอลจีเรีย ก่อนจ่ายบอลให้ นิซาร์ อัล รัชดาน สอดขึ้นมาซัดด้วยขวาในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบมุมล่างขวาเข้าไปอย่างเด็ดขาด ส่งจอร์แดนออกนำ 1-0 ใน 45 นาทีแรก
แอลจีเรีย แก้เกมเฉียบ แซงคว้าชัย
เข้าสู่ครึ่งหลัง แอลจีเรีย ปรับทัพทันทีด้วยการส่ง นาบิล เบนทาเลบ และ นาดีร์ เบนบูอาลี ลงมาเติมความสด และเกมรุกของทัพจิ้งจอกทะเลทรายก็ดูอันตรายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ความพยายามของแอลจีเรียมาสัมฤทธิ์ผลในนาทีที่ 69 จากลูกเตะมุม ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลเข้ากลางให้ นาดีร์ เบนบูอาลี ตัวสำรองเทกตัวขึ้นโหม่งส่งบอลตุงตาข่าย สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1
หลังจากตีเสมอได้ แอลจีเรีย ก็โหมบุกอย่างหนักหวังประตูชัย และในนาทีที่ 82 แฟนบอลแอลจีเรียก็ได้เฮลั่น จากจังหวะต่อเนื่องจากลูกเตะมุม รามี่ เบนเซไบนี่ โหม่งชงมาเข้าทาง อามีน กูอีรี่ ที่ยืนรออยู่จ่อๆ จัดการซัดด้วยขวาไม่เหลือซาก แอลจีเรีย พลิกแซงนำ 2-1
ช่วงเวลาที่เหลือ จอร์แดน พยายามบุกหนักเพื่อหวังตีเสมอ แต่แนวรับแอลจีเรียก็ยังช่วยกันสกัดกั้นเอาไว้ได้ จบเกม 90 นาที ทีมชาติแอลจีเรีย โชว์สปิริตยอดนักสู้ พลิกกลับมาเอาชนะ ทีมชาติจอร์แดน ไปได้ 2-1
- 36′ ⚽ นิซาร์ อัล รัชดาน (จอร์แดน) นำ 1-0
- 69′ ⚽ นาดีร์ เบนบูอาลี (แอลจีเรีย) เสมอ 1-1 (แอสซิสต์: ริยาด มาห์เรซ)
- 82′ ⚽ อามีน กูอีรี่ (แอลจีเรีย) นำ 2-1