โคลอมเบีย เจ๊าเดือด โปรตุเกส 0-0 (VAR ริบประตูชัย) ซิวแชมป์กลุ่ม K ทะลุชนกานา
ทีมชาติโคลอมเบีย ทะลุเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกในฐานะแชมป์กลุ่ม K หลังเปิดศึกดวลเดือดกับ “ทัพฝอยทอง” ทีมชาติโปรตุเกส ที่นำทัพโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก่อนจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ในเกมที่เต็มไปด้วยความมันส์และการทำเกมรุกเข้าใส่กันอย่างดุเดือด
เกมคุณภาพ แลกหมัดสุดมันส์ (โอกาสยิงรวม 37 ครั้ง!) แมตช์นี้ถือเป็นเกมที่มีผู้ต้องการเข้าชมมากที่สุดในรอบแบ่งกลุ่ม และนักเตะทั้งสองทีมก็ไม่ทำให้แฟนบอลที่ ฮาร์ดร็อค สเตเดียม ต้องผิดหวัง รูปเกมเป็นไปอย่างสูสีและเปิดแลกกันสนุก โคลอมเบียมีโอกาสลุ้นจาก หลุยส์ ดิอาซ และ ฮาเมส โรดริเกซ ขณะที่โปรตุเกสก็ตอบโต้ด้วยจังหวะยิงของ บรูโน่ แฟร์นันเดส และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่ผู้รักษาประตูของทั้งสองฝั่งต่างโชว์ซูเปอร์เซฟป้องกันไว้ได้หมด
ดราม่าทดเจ็บ VAR ริบประตูชัยโคลอมเบีย ช่วงท้ายเกม โคลอมเบีย เกือบสร้างปาฏิหาริย์คว้าชัยชนะได้สำเร็จ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ดาวินซอน ซานเชซ เทกตัวขึ้นโหม่งส่งบอลผ่านมือ ดิโอโก้ คอสต้า เข้าไปตุงตาข่าย แฟนบอลโคลอมเบียเฮกันลั่นสนาม แต่ทว่าความดีใจก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อ VAR ส่งสัญญาณและตัดสินว่า ซานเชซ ล้ำหน้าไปเพียงนิดเดียวในจังหวะเปิดบอล ทำให้จบเกมเสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0
บทสรุปกลุ่ม K และเส้นทางต่อไป:
- ผลเสมอนัดนี้ส่งให้ โคลอมเบีย คว้าแชมป์กลุ่ม K ผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายไปพบกับ กานา ที่แคนซัสซิตี้ ในวันที่ 3 กรกฎาคม
- ขณะที่ โปรตุเกส จบเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม จะต้องไปดวลกับของแข็งอย่าง โครเอเชีย ที่โทรอนโต ในวันที่ 2 กรกฎาคม
- นอกจากนี้ ผลการแข่งขันยังทำให้แมตช์หยุดโลกที่หลายคนรอคอยระหว่าง โปรตุเกส (ของโรนัลโด้) และ อาร์เจนตินา (ของเมสซี่) ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ไม่เกิดขึ้นแล้ว โดยทั้งสองทีมจะมีโอกาสเจอกันได้แค่ในรอบชิงชนะเลิศเท่านั้น
- ส่วนผลอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน ดีอาร์ คองโก ชนะ อุซเบกิสถาน 3-1 ผ่านเข้ารอบไปพบกับ อังกฤษ
สรุปสถิติสำคัญในเกม:
- โอกาสยิงรวมกันทั้งสองทีม: 37 ครั้ง (แสดงให้เห็นถึงความสนุกและดุเดือดของเกม)
- จังหวะสำคัญ: ดาวินซอน ซานเชซ (โคลอมเบีย) โหม่งเข้าประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่ถูกจับล้ำหน้า