จัดอันดับ 10 สุดยอดตำนานตลอดกาลแห่งศึกฟุตบอลโลก

การพยายามคัดกรองนักเตะหลายพันคนจาก 22 ทัวร์นาเมนต์ที่ทอดยาวเกือบหนึ่งศตวรรษ เพื่อเฟ้นหา 10 ตำนานฟุตบอลโลกตลอดกาล ถือเป็นงานที่ท้าทายอย่างยิ่ง

รายชื่ออันดับต้นๆ อาจเดาได้ไม่ยากนัก แม้ลำดับที่แน่นอนจะเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันได้เสมอ แต่ชื่อที่เข้ามาเติมเต็มอันดับอื่นๆ ต่างหากที่จะจุดประกายให้เกิดบทสนทนาที่เผ็ดร้อน มันเป็นเรื่องยากที่จะตัดชื่ออย่าง มิโรสลาฟ โคลเซ่ ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกออกไป หรือการไม่มีที่ว่างให้กับ การ์รินช่า ปีกชาวบราซิลผู้พริ้วไหว, โรแบร์โต้ บาจโจ้ ไอคอนแห่งอิตาลี, โยฮัน ครัฟฟ์ ศาสดาลูกหนังดัตช์, อูเซบิโอ ตำนานโปรตุเกส, แกร์ด มุลเลอร์ เครื่องจักรสังหารประตูจากเยอรมนี รวมถึง จุสต์ ฟงแตง ที่กดไปถึง 13 ประตูในทัวร์นาเมนต์เดียวเมื่อปี 1958

และนี่คือ 10 อันดับนักเตะที่เป็นดั่ง “สัญลักษณ์” ของศึกฟุตบอลโลกตลอดกาล

10. เซอร์ เจฟฟ์ เฮิร์สต์ (อังกฤษ) – แชมป์โลก 1966 เราทุกคนต่างรู้เรื่องราวนี้ดี เฮิร์สต์ ไม่ได้ถูกวางตัวให้เป็นตัวจริงตั้งแต่แรก ทว่าหลังจากการบาดเจ็บของ จิมมี่ กรีฟส์ เขาได้รับโอกาสจาก เซอร์ อัลฟ์ แรมซีย์ และสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการซัดแฮตทริกสุดมหัศจรรย์ในนัดชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ พาขุนพล “สิงโตคำราม” ผงาดคว้าแชมป์โลกสมัยเดียวของพวกเขาบนแผ่นดินเกิด แม้เขาอาจไม่ใช่นักเตะที่พรสวรรค์สูงที่สุดในทีมชุดนั้น แต่แฮตทริกในนัดชิงชนะเลิศคือผลงานระดับตำนานที่ปฏิเสธไม่ได้

9. คาฟู (บราซิล) – แชมป์โลก 1994 และ 2002 แบ็กขวาจอมบุกรายนี้คือชายเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ได้ลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกถึง 3 สมัยติดต่อกัน เขาลงมาเป็นตัวสำรองในเกมที่บราซิลดวลจุดโทษชนะอิตาลีปี 1994, อกหักในนัดชิงปี 1998 ที่ฝรั่งเศส ก่อนจะกลับมาสวมปลอกแขนกัปตันทีมชูถ้วยแชมป์โลกที่เอเชียในปี 2002 คาฟูคือราชวงศ์แห่งฟุตบอลโลกอย่างแท้จริง โดยมีสถิติชนะถึง 16 นัดจากการลงเล่น 4 ทัวร์นาเมนต์

8. เปาโล รอสซี่ (อิตาลี) – แชมป์โลก 1982 เทพนิยายของรอสซี่เริ่มต้นขึ้นในเกมคลาสสิกที่พบกับบราซิล เขาตะบันแฮตทริกดับทัพแซมบ้าที่กำลังท็อปฟอร์ม ก่อนจะเหมาสองประตูในรอบรองชนะเลิศกับโปแลนด์ และเบิกสกอร์แรกในนัดชิงชนะเลิศที่อิตาลีต้อนเยอรมนีตะวันตก 3-1 ผลงาน 6 ประตูของเขาช่วยให้เขาเหมาทั้งรางวัลรองเท้าทองคำ ลูกบอลทองคำ และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีไปครองอย่างยิ่งใหญ่

7. ซีเนดีน ซีดาน (ฝรั่งเศส) – แชมป์โลก 1998 มิดฟิลด์เชิงศิลป์ผู้เติบโตจากย่านผู้อพยพในมาร์กเซย คือศูนย์รวมจิตใจของทัพ “ตราไก่” ชุดคว้าแชมป์โลกสมัยแรก ตำนานของซีดานมีทั้งความงดงามและอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เขาโหม่ง 2 ประตูใส่บราซิลในนัดชิงชนะเลิศปี 1998 สร้างความสุขให้คนทั้งประเทศ แม้ในอีก 8 ปีต่อมา ภาพจำของเขาจะจบลงด้วยการเฮดบัตต์ใส่ มาร์โก มาเตราซซี่ ในนัดชิงชนะเลิศปี 2006 ก็ตาม

6. คีเลียน เอ็มบัปเป้ (ฝรั่งเศส) – แชมป์โลก 2018 ตำนานของเอ็มบัปเป้กำลังถูกเขียนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในวัยเพียง 19 ปี เขากลายเป็นนักเตะวัยรุ่นคนแรกนับตั้งแต่เปเล่ที่ทำประตูได้ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก (2018) และผลงานระดับมาสเตอร์พีซของเขาคือการซัดแฮตทริกในนัดชิงชนะเลิศปี 2022 แม้สุดท้ายจะต้องพ่ายแพ้ให้กับอาร์เจนตินาก็ตาม ด้วยวัยปัจจุบัน เขายังมีโอกาสขยับอันดับในลิสต์นี้ได้อีกไกล

5. ฟร้านซ์ เบ็คเคนบาวเออร์ (เยอรมนีตะวันตก) – แชมป์โลก 1974 “แดร์ ไกเซอร์” คือกองหลังเชิงสูงผู้เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอล เขาเป็นกัปตันทีมพาเยอรมนีตะวันตกปราบ “โททัลฟุตบอล” ของเนเธอร์แลนด์คว้าแชมป์โลกในปี 1974 และก้าวไปไกลกว่านั้นด้วยการกลับมาคุมทีมชาติ ล้างแค้นอาร์เจนตินาคว้าแชมป์โลกในปี 1990 ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่คว้าแชมป์โลกได้ทั้งในฐานะนักเตะและผู้จัดการทีม

4. ลิโอเนล เมสซี่ (อาร์เจนตินา) – แชมป์โลก 2022 ชายผู้ถูกยกย่องว่าเก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์ เคยเกือบจะต้องโบกมือลาเวทีนี้โดยปราศจากถ้วยแชมป์โลก แต่ในทัวร์นาเมนต์ที่กาตาร์ เมสซี่ในวัย 30 กว่าๆ ได้เสกมนตร์วิเศษ พลิกชะตาทีมที่แพ้ซาอุดีอาระเบียในนัดแรก ให้ก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์ เขาทำไป 7 ประตู และโชว์ฟอร์มระดับเทพในนัดชิงชนะเลิศที่ดวลกับฝรั่งเศส ปลดล็อกความสำเร็จสูงสุดในอาชีพได้อย่างสมบูรณ์แบบ

3. โรนัลโด้ (บราซิล) – แชมป์โลก 1994 และ 2002 นี่คือเรื่องราวของการไถ่บาปที่ยิ่งใหญ่ที่สุด “R9” คือปรากฏการณ์ของวงการลูกหนัง เขาคือฝันร้ายของแนวรับในทัวร์นาเมนต์ปี 1998 แต่กลับมีอาการป่วยปริศนาก่อนนัดชิงจนทีมพ่ายแพ้ยับเยิน หลังจากต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บเข่ารุนแรง โรนัลโด้กลับมาผงาดอีกครั้งในปี 2002 กดไปถึง 8 ประตู รวมถึง 2 ประตูในนัดชิงชนะเลิศกับเยอรมนี ทวงบัลลังก์แชมป์โลกกลับสู่บราซิลได้อย่างยิ่งใหญ่

2. ดิเอโก้ มาราโดน่า (อาร์เจนตินา) – แชมป์โลก 1986 ไม่มีใครสร้างปรากฏการณ์แบบ “วันแมนโชว์” ได้ยอดเยี่ยมเท่า “เสือเตี้ย” ในฟุตบอลโลกปี 1986 ที่เม็กซิโกอีกแล้ว วีรกรรมในรอบก่อนรองชนะเลิศกับอังกฤษคือภาพสะท้อนตัวตนของเขาอย่างแท้จริง ทั้ง “หัตถ์พระเจ้า” ที่อื้อฉาว และการลากเลื้อยครึ่งสนามไปทำ “ประตูแห่งศตวรรษ” เขากัปตันทัพฟ้าขาวคว้าแชมป์โลกด้วยผลงาน 5 ประตู และ 5 แอสซิสต์ กลายเป็นตำนานที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการ

1. เปเล่ (บราซิล) – แชมป์โลก 1958, 1962 และ 1970 จะเป็นใครไปได้อีกนอกจาก “ราชาลูกหนัง” อย่างเปเล่? เขาคือชายเพียงคนเดียวในโลกที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ถึง 3 สมัย แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในวัยเพียง 17 ปีด้วยการซัดแฮตทริกในรอบรองฯ และเบิ้ลในนัดชิงฯ ปี 1958 แม้จะบาดเจ็บในปี 1962 แต่เขาก็กลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในปี 1970 ด้วยฟอร์มการเล่นที่สร้างสรรค์และเหนือชั้น พาบราซิลคว้าถ้วยจูลส์ ริเมต์ ไปครองอย่างถาวร ชื่อของเขาคือสัญลักษณ์สูงสุดของศึกฟุตบอลโลกตลอดกาล