เพื่อประวัติศาสตร์! “โรเบิร์ตสัน” นำทัพสกอตแลนด์ดวล “โมร็อกโก” ล่าตั๋วรอบน็อคเอาท์เวิลด์คัพหนแรก
แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายกัปตันทีมชาติสกอตแลนด์ และ สตีฟ คลาร์ก ผู้จัดการทีม ออกมาแสดงความมั่นใจก่อนเกมการแข่งขันนัดสำคัญที่ทัพ “ตาร์ตัน” มีลุ้นสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ณ สนามบอสตัน สเตเดียม
ทีมชาติสกอตแลนด์เดินทางมาร่วมศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้พร้อมกับสถิติในอดีตที่ค้ำคอ หลังจากที่ทัพตาร์ตันเคยเข้าร่วมฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้วถึง 8 ครั้ง แต่กลับต้องจอดป้ายเพียงแค่รอบแบ่งกลุ่มทั้งหมด ทว่าในทัวร์นาเมนต์นี้ พวกเขาเปิดฉากได้อย่างสวยหรูด้วยการเฉือนชนะเฮติมาได้ 1-0 ในนัดแรก ทำให้รั้งจ่าฝูงของกลุ่ม ซี และหากพวกเขาสามารถเก็บชัยชนะเหนือโมร็อกโกในเกมนัดถัดไปได้ ก็จะการันตีการผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทันที
แอนดี้ โรเบิร์ตสัน กัปตันทีมคนเก่งได้เปิดเผยถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของทีมว่า ทุกคนในทีมไม่มีใครคิดจะหลบเลี่ยงความกดดันนี้ แต่พร้อมจะเผชิญหน้าเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ให้ประเทศชาติ
“พวกเราต้องการเป็นทีมแรกของประเทศที่ทำสิ่งนี้ได้ (การผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์) เรารู้ดีว่าเรากำลังจะต้องเจอกับหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก แต่เราเชื่อมั่นว่าเราสามารถทำให้เกมนี้เป็นเกมที่ยากสำหรับพวกเขาได้ ถ้าเราท็อปฟอร์ม ผมเชื่อว่าเราจะได้ผลแข่งขันที่ต้องการ และหวังว่าพวกเราจะเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ในท้ายที่สุด” โรเบิร์ตสัน กล่าว
อย่างไรก็ตาม งานของสกอตแลนด์ถือว่าไม่ใช่งานง่าย เนื่องจากทีมชาติโมร็อกโก ปัจจุบันรั้งอันดับ 6 ของโลก (เหนือกว่าสกอตแลนด์ถึง 31 อันดับ) แถมยังมีดีกรีเป็นถึงทีมอันดับ 4 จากฟุตบอลโลกปี 2022 ที่ประเทศกาตาร์ โดยโมร็อกโกประเดิมสนามนัดแรกในฟุตบอลโลก 2026 ด้วยการเสมอกับทีมชาติบราซิลมา 1-1
ทางด้าน สตีฟ คลาร์ก กุนซือทีมชาติสกอตแลนด์ มองว่าสถานการณ์การเป็นทีมรองในเกมนี้น่าจะเข้าทางจิตวิทยาของลูกทีมมากกว่า
“บางครั้งนิสัยและจิตวิทยาของคนสกอตแลนด์ มักจะทำผลงานได้ดีและรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าเมื่อตกอยู่ในสถานะทีมรอง ในเกมกับเฮติเราถูกมองว่าเป็นต่อและเราก็เล่นกันอย่างยากลำบากแม้จะชนะมาได้ แต่เกมนี้นับเป็นเรื่องดีที่สกอตแลนด์ชอบกับการเป็นทีมรอง” คลาร์ก กล่าวเสริม
นอกจากนี้ คลาร์ก ยังได้กล่าวชื่นชมโรเบิร์ตสันว่าเป็นผู้นำที่แท้จริง ทั้งในและนอกสนาม ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยมให้กับนักเตะสายเลือดใหม่ของสกอตแลนด์ พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นว่าเสียงเชียร์อันทรงพลังจากแฟนบอล “ตาร์ตันอาร์มี่” ที่เดินทางมาสร้างสีสันและมิตรภาพในเมืองบอสตัน จะเป็นแรงขับเคลื่อนชิ้นสำคัญที่ช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะประวัติศาสตร์ในค่ำคืนนี้ได้สำเร็จ