‘หยาดเหงื่อ รอยยิ้ม และการเดินทางครั้งสุดท้าย’: ซน ฮึง-มิน กับภารกิจนำทัพโสมขาวลุยฟุตบอลโลก 2026
สำหรับนักฟุตบอลอาชีพ “ฟุตบอลโลก” คือจุดสูงสุดของความฝัน แต่สำหรับ ซน ฮึง-มิน กัปตันทีมชาติเกาหลีใต้ มันคือการเดินทางอันยาวนานที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นชายผู้แบกความหวังของคนทั้งชาติ
ในวัย 33 ปี ซนกำลังเตรียมตัวสำหรับฟุตบอลโลกครั้งที่ 4 ในชีวิต (ฟุตบอลโลก 2026 ที่อเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก) จากขุนพลชุดปี 2014 มีเพียงเขาและ คิม ซึง-กยู ผู้รักษาประตูเท่านั้นที่ยังคงยืนหยัดอยู่ในทีมชุดนี้ ขณะที่เพื่อนร่วมทีมหน้าใหม่หลายคนยังเป็นเพียงเด็กนักเรียนในวันที่เขาประเดิมสนามเวิลด์คัพครั้งแรก
เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา ซนตัดสินใจอำลาท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เพื่อย้ายมาค้าแข้งกับ LAFC ในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ ซึ่งเป็นเมืองที่มีชาวเกาหลีอาศัยอยู่กว่า 300,000 คน เขาเปิดใจกับ FIFA อย่างตรงไปตรงมาว่า การย้ายทีมครั้งนี้มีเป้าหมายลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่
ความฝันอเมริกา และรอยยิ้มเพื่อคนเกาหลี
“ฟุตบอลโลกคือเหตุผลที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการย้ายทีมครั้งนี้ของผมครับ” ซนกล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น “ผมตื่นเต้นมากๆ ผมอยากมีฟุตบอลโลกที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง และถ้าเราได้ลงเล่นในแอลเอ มันจะยิ่งสมบูรณ์แบบ”
“ตอนที่ผมย้ายมา ผมตื่นเต้นที่จะได้มอบความสุขให้กับชุมชนชาวเกาหลีที่นี่ พวกเขาทำให้ผมภูมิใจที่เกิดเป็นคนเกาหลีและได้เป็นนักเตะทีมชาติ นั่นมีความหมายกับผมมาก ผมจึงอยากตอบแทนทุกอย่างที่ผมมี ผมถึงตั้งใจทำผลงานให้ดีที่สุดและลงเล่นด้วยรอยยิ้มเสมอ”
รอยต่อแห่งยุคสมัย: สานต่อตำนาน 2002 ทีมชาติเกาหลีใต้ชุดปัจจุบันอยู่ภายใต้การคุมทีมของ ฮง มยอง-โบ อดีตกัปตันทีมชุดประวัติศาสตร์ที่พาทีมทะลุถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2002 ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ที่จุดประกายความฝันให้กับเด็กชายซน ฮึง-มิน ในวัย 10 ขวบ
“โค้ชของเราเคยทำสิ่งที่เหลือเชื่อในฐานะกัปตันทีมปี 2002 เขาพานักเตะทุกคนร่วมเดินทางไปในเส้นทางที่วิเศษสุดๆ” ซนรำลึก “ผมเองก็อยากจะมีการเดินทางแบบนั้นร่วมกับเพื่อนร่วมทีม ความฝันสูงสุดของผมคือการสร้างการเดินทางที่สวยงามนั้นขึ้นมาอีกครั้งในอเมริกา”
แต่ซนรู้ดีว่า ฟุตบอลไม่ใช่กีฬาที่เล่นคนเดียว เขาฝากข้อความที่ลึกซึ้งถึงแฟนบอลว่า:
“นี่อาจเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของผม ผมหวังว่ามันจะเป็นการเดินทางที่สวยงาม… สิ่งที่ผมอยากขอร้องแฟนๆ คือ หากพวกคุณยังคงสนับสนุนเราอย่างเอาจริงเอาจัง และคอยยืนหยัดเป็นแรงผลักดันอยู่ข้างหลัง ผมก็พร้อมจะเป็นผู้นำพานักเตะทุกคนพุ่งชนไปข้างหน้า และเราจะเผชิญหน้ากับฟุตบอลโลกครั้งนี้โดยปราศจากความกลัว”
บทเรียนจากน้ำตา สู่จิตวิญญาณที่ไม่เคยยอมแพ้ เมื่อมองย้อนกลับไป ฟุตบอลโลก 2014 คือจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเขา ความพ่ายแพ้ต่อแอลจีเรียในวันนั้น (ซึ่งเป็นนัดที่เขาทำประตูแรกในฟุตบอลโลกได้) มอบบทเรียนที่เจ็บปวดแต่ล้ำค่า
“ผมคิดว่าปี 2014 เปลี่ยนแปลงผมไปเลย ตอนนั้นผมเป็นเด็กที่สุดในทีม และคิดแค่ว่ามันคงจะสนุกตื่นเต้นที่ได้ไปฟุตบอลโลก แต่แล้วผมก็ต้องเจอกับความจริง… ความพ่ายแพ้มันเจ็บปวดมาก ผมตระหนักได้เลยว่าตัวเองยังขาดอะไรอีกเยอะ และโลกใบนี้ยังมีคนเก่งๆ อีกมากมาย มันทำให้ผมกระหายที่จะพัฒนาตัวเอง”
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา คติพจน์ประจำใจของฟุตบอลเกาหลีใต้คือคำว่า “ทูฮน” (Tuhon) หรือ “จิตวิญญาณนักสู้” ซึ่งซน ฮึง-มิน ได้นิยามคำๆ นี้ไว้อย่างกินใจว่า
“มันเป็นคำที่ผมได้ยินมาตั้งแต่เด็ก ทักษะทางเทคนิคและความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นสิ่งจำเป็นก็จริงครับ… แต่ช่วงเวลาที่เราจะเปล่งประกายและงดงามที่สุด คือช่วงเวลาที่จิตวิญญาณนักสู้ของเราแสดงออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัดที่สุดนั่นเอง”