‘รุ่งอรุณใหม่ของทัพไวกิ้ง’: โซลบัคเคน หวัง ฮาลันด์ ปลุกตำนาน นอร์เวย์ ในเวทีฟุตบอลโลก 2026
28 ปีคือช่วงเวลาที่ยาวนานพอจะให้เด็กทารกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่สำหรับแฟนบอลชาวนอร์เวย์ มันคือช่วงเวลาแห่งการรอคอยอันแสนทรมานที่สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อทัพ “ไวกิ้ง” ผงาดคว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายศึกฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ
รอยยิ้มท่ามกลางความเหน็บหนาว
สตอเล่ โซลบัคเคน กุนซือทีมชาติรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างยิ่ง เขาคืออดีตกองกลางที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดลุยฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส และต้องทนเห็นคนรุ่นหลังก้าวไม่พ้นร่มเงาของความสำเร็จในอดีตมาเกือบ 3 ทศวรรษ
“แฟนบอลกว่า 50,000 คนออกมารอต้อนรับพวกเราท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ 4 องศาเซลเซียส นั่นบ่งบอกทุกอย่างแล้ว พวกเขารอคอยช่วงเวลานี้มาแสนนาน” โซลบัคเคนเปิดใจกับ FIFA “ผมรู้สึกโล่งใจมาก เพราะคุณต้องแบกรับความกดดันมหาศาลในงานนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อนักเตะ แต่เพื่อทีมงานทุกคนที่อาจจะอยู่ที่นี่มานานกว่าผม และต้องเจ็บปวดกับการตกรอบมาหลายต่อหลายครั้ง”
‘ฮาลันด์’ ซูเปอร์สตาร์ผู้ถ่อมตน และความเสียสละของ ‘ซอร์ลอธ’
เบื้องหลังความสำเร็จนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามาจากผลงานอันร้อนแรงของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ดาวยิงจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ตะบันไปถึง 16 ประตู ครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดในรอบคัดเลือก ทว่าในสายตาของกุนซือ ซูเปอร์สตาร์รายนี้กลับเป็นคนที่เรียบง่ายและเสียสละที่สุด
“เออร์ลิง เป็นคนที่โค้ชทำงานด้วยง่ายมาก เขาต้องการสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อทีม รักที่จะอยู่กับเพื่อนร่วมทีม และชอบสร้างรอยยิ้มให้กับสตาฟฟ์ทุกคน เขาคือซูเปอร์สตาร์ที่ชิลและติดดินอย่างแท้จริง”
นอกจากนี้ โซลบัคเคนยังกล่าวชื่นชม อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ กองหน้าจากแอตเลติโก มาดริด ที่ยอมลดบทบาทตัวเองลงมาเล่นในตำแหน่งที่ต่ำกว่าหรือขยับไปด้านข้าง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ฮาลันด์เล่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งซอร์ลอธก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในแง่ของการทำประตู การแอสซิสต์ และการวิ่งไล่บอลเพื่อทีม
บททดสอบสุดหิน และคำนิยามของ ‘ม้ามืด’
ในศึกฟุตบอลโลก 2026 นอร์เวย์ต้องเจอกับงานสุดหินเมื่อถูกจับสลากให้อยู่ในกลุ่ม I ร่วมกับเต็งแชมป์อย่าง ฝรั่งเศส, อิรัก และ เซเนกัล แม้หลายคนจะยกย่องให้พวกเขาเป็น “ม้ามืด” ประจำทัวร์นาเมนต์ แต่โซลบัคเคนก็ขอถ่อมตัวกับคำยกยอนี้
“ผมไม่คิดว่าเราเป็นม้ามืดที่จะไปถึงตำแหน่งแชมป์หรอกนะ แต่เราอาจจะเป็นม้ามืดในความหมายที่ว่า หากเป็นวันของเรา เราก็สามารถโค่นทีมที่แข็งแกร่งกว่าได้ ฝรั่งเศสคือตัวเต็งของกลุ่มอย่างชัดเจน ส่วนอีกสามทีมที่เหลือต้องสู้กันเพื่อแย่งอันดับสองและสาม”
สลัดภาพจำเดิม สร้างตัวตนใหม่บนผืนหญ้า
เมื่อย้อนกลับไปในปี 1998 นอร์เวย์เคยสร้างปาฏิหาริย์ช็อกโลกด้วยการพลิกแซงชนะ บราซิล แชมป์เก่า 2-1 ในรอบแบ่งกลุ่ม แม้โซลบัคเคนจะอยู่ในทีมชุดนั้น แต่เป้าหมายของเขาในวันนี้ไม่ใช่แค่การยึดติดกับอดีต แต่คือการสร้างความทรงจำบทใหม่ให้กับประเทศชาติ
“สำหรับนอร์เวย์ นี่คือฟุตบอลโลกที่เราจะได้ปลดปล่อยตัวเอง เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่าเราเล่นฟุตบอลในสไตล์ที่แตกต่างไปจากอดีต เราคือทีมที่เน้นเกมรุก มีผู้เล่นความสามารถเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยม และทุกคนพร้อมทำงานหนักเพื่อกันและกัน… หวังว่าเราจะดึงศักยภาพสูงสุดของทีมออกมาได้ และในวันของเรา เราก็พร้อมชนได้ทุกทีม”