‘บทพิสูจน์แห่งอินทรีเหล็ก’: โกเรตซ์ก้า เปิดใจเคลียร์ ‘นาเกลส์มันน์’ ลั่นพร้อมสู้สุดใจเพื่อทวงคืนศรัทธาใน ฟุตบอลโลก 2026

สองทัวร์นาเมนต์ สองครั้งที่ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม บาดแผลจากรัสเซีย 2018 และ กาตาร์ 2022 อาจจะทุเลาลง แต่มันยังคงฝังลึกอยู่ในความทรงจำ เยอรมนีกำลังมุ่งหน้าสู่ศึกฟุตบอลโลก 2026 ไม่ใช่ในฐานะ “ผู้ท้าชิงอันดับหนึ่ง” แต่มาในฐานะอดีตมหาอำนาจลูกหนังที่กระหายจะทวงคืนจุดยืนที่แท้จริง

คงไม่มีใครเข้าใจสถานการณ์นี้ดีไปกว่า ลีออน โกเรตซ์ก้า มิดฟิลด์มากประสบการณ์ที่กำลังมองหาต้นสังกัดใหม่หลังหมดวาระกับ บาเยิร์น มิวนิค เขามีแรงผลักดันที่เต็มเปี่ยมในการพาทัพอินทรีเหล็กกลับมาผงาดอีกครั้ง โดยเยอรมนีมีคิวประเดิมสนามเพื่อล้างตาในรอบแบ่งกลุ่มกับ คูราเซา ก่อนจะดวลกับ ไอวอรีโคสต์ และ เอกวาดอร์

ศรัทธาที่หล่นหาย… และภารกิจทวงคืนหัวใจแฟนบอล

เมื่อถูกถามถึงแรงจูงใจในการลบฝันร้ายจากปี 2018 และ 2022 โกเรตซ์ก้าตอบด้วยแววตาที่มุ่งมั่นแต่แฝงไปด้วยความถ่อมตัว

“แน่นอนครับ เราต้องการแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด ความทรงจำแย่ๆ ไม่ได้รบกวนจิตใจเราอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือความจริงที่ว่า ความผูกพันและศรัทธาจากแฟนบอลมันลดน้อยลงไป พวกเขาหมดศรัทธาในตัวเรานิดหน่อย และเราอยากจะเอาชนะใจพวกเขากลับมาให้ได้ นั่นคือแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมและของทีม”

“เราเรียนรู้จากความผิดพลาดได้เสมอ แต่การจมปลักอยู่กับมันไม่เกิดประโยชน์อะไร เราเพียงแค่ต้องมองไปข้างหน้าและคว้าโอกาสนี้ไว้ เรารู้ดีว่าเรามีทีมที่ดีพอ”

รอยร้าวในอดีต และการจับมือเดินหน้ากับ ‘นาเกลส์มันน์’

หนึ่งในประเด็นที่หลายคนจับตามองคือความสัมพันธ์ระหว่างโกเรตซ์ก้า และ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ เฮดโค้ชทีมชาติเยอรมนี หลังจากที่เขาถูกตัดชื่อออกจากทีมชุดลุยศึกยูโร 2024 อย่างน่าเจ็บปวด

“มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากครับ” มิดฟิลด์จอมทัพยอมรับ “เราเคยทำงานด้วยกันได้ดีมากที่บาเยิร์นและเชื่อใจกันมาก แต่พอถึงช่วงชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ทุกอย่างก็ยากขึ้น มันไม่ใช่บทสนทนาที่ง่ายเลยสำหรับเราทั้งคู่ ผมผิดหวังอย่างหนัก และเขาก็ลำบากใจเช่นกัน”

“แต่หลังจากนั้น เราได้มานั่งคุยกันแบบเปิดอก เพราะมีบางเรื่องที่ต้องเคลียร์ เราทั้งคู่ต่างอยากกลับมาจูนคลื่นให้ตรงกันอีกครั้ง และตอนนี้เราก็ได้วางรากฐานที่มั่นคงเพื่อกลับมาทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดีแล้ว”

ก้มหน้ายอมรับความจริง: ‘เราไม่ใช่ทีมเต็ง’

แม้จะเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่และมีนักเตะระดับท็อปมากมาย แต่ด้วยอันดับ 10 ของโลกในปัจจุบัน นาเกลส์มันน์มองว่าเยอรมนีเป็นเพียงม้ามืดมากกว่าจะเป็นทีมเต็ง ซึ่งโกเรตซ์ก้าก็เห็นด้วย แม้จะขัดกับความรู้สึกส่วนตัวเล็กน้อยก็ตาม

“ถ้าให้พูดตรงๆ ผมอยากให้เราเป็นทีมเต็งมากกว่านะ ผมคุ้นเคยกับบทบาทนั้นตอนอยู่บาเยิร์น และเมื่อคุณเป็นทีมเต็ง โอกาสที่คุณจะทำสำเร็จมันก็มีสูงกว่า” โกเรตซ์ก้า อธิบาย “แต่เมื่อดูจากผลงานไม่กี่ปีที่ผ่านมา มันคงไม่ถูกต้องนักถ้าเราจะยกตัวเองเป็นทีมเต็งในฟุตบอลโลกหนนี้ บทบาทที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้แย่ และยิ่งเรายอมรับมันได้เร็วเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งดึงความแข็งแกร่งจากมันออกมาได้มากเท่านั้น”

กุญแจสู่ความสำเร็จในสมรภูมิอเมริกาเหนือ

สำหรับศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่จะต้องเผชิญกับสภาพอากาศและการเดินทางที่ท้าทาย โกเรตซ์ก้าเชื่อว่าความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจคือสิ่งสำคัญสูงสุด

“เราต้องหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว และเข้าใจให้ได้ว่าเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ เรากำลังทำอะไรในสนาม ผมเชื่อว่าความแข็งแกร่งทางร่างกายจะส่งผลอย่างมาก ผมเคยเล่นชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อปีที่แล้ว ผมรู้ดีว่าสภาพอากาศมันสุดขั้วขนาดไหน นั่นคือเหตุผลที่เราต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด และถ้าหากทุกอย่างลงตัวบวกกับโชคอีกสักหน่อย… เราก็สามารถไปได้ไกลจริงๆ ครับ”