ทัพแซมบ้าคืนชีพ! “คุนญ่า” ฉายแสงพา บราซิล ทุบ เฮติ 3-0 แต่ “อันเชล็อตติ” ยังมีการบ้านเพียบ
ทีมชาติบราซิล กลับมาโชว์สเต็ปฟุตบอลสไตล์แซมบ้าที่แฟนๆ คิดถึงได้อีกครั้งใน 45 นาทีแรกของเกมที่ไล่ถล่ม ทีมชาติเฮติ 3-0 แม้ผลลัพธ์จะดูสวยหรูและเรียกความมั่นใจกลับมาได้หลังโชว์ฟอร์มฝืดในเกมแรกกับโมร็อกโก แต่ชัยชนะนัดนี้ก็ยังทิ้งคำถามไว้มากมายว่า พวกเขาคือผู้ท้าชิงแชมป์โลกตัวจริง หรือเป็นเพียงโปรเจกต์ที่ยังอยู่ระหว่างการปรับจูนของ คาร์โล อันเชล็อตติ?
คุนญ่า จุดประกายความไหลลื่นในแนวรุก เกมนี้ อันเชล็อตติ ตัดสินใจดร็อป อีกอร์ ติอาโก้ ที่เป็นกองหน้าตัวเป้าธรรมชาติ แล้วหันมาใช้ความคล่องตัวของ มาเธอุส คุนญ่า แทน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ถือว่ายอดเยี่ยม ดาวยิงจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วยให้เกมรุกของบราซิลมีความลื่นไหลมากขึ้น เขามักจะถอยลงมาล้วงบอลต่ำ คอยทำหน้าที่คล้ายเพลย์เมกเกอร์เบอร์ 10 คู่กับ ลูคัส ปาเกต้า เพื่อเปิดพื้นที่ให้ปีกทั้งสองข้างดันสูงขึ้น และตอบแทนโอกาสนี้ด้วยการเหมาคนเดียวสองประตูจากการวิ่งทะลุทะลวงแนวรับ
ทางฝั่งของ วินิซิอุส จูเนียร์ ก็โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นไม่แพ้กัน เขายิงประตูที่สองของตัวเองในทัวร์นาเมนต์นี้ได้สำเร็จ สถิติระบุว่า วินิซิอุส ทำไปแล้ว 3 ประตู กับอีก 3 แอสซิสต์ จากการลงเล่นฟุตบอลโลก 6 นัดแรก ซึ่งเป็นสถิติที่สวยหรูกว่า ลิโอเนล เมสซี่, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือแม้แต่ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ในช่วงเริ่มต้นฟุตบอลโลกของพวกเขาเสียอีก
อาการเจ็บของ ราฟินญ่า และโอกาสของ เอ็นดริก ข่าวร้ายเดียวในครึ่งแรกคือการสูญเสีย ราฟินญ่า ที่มีอาการบาดเจ็บและต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่นาทีที่ 40 การหายไปของเขาถือเป็นความเสียหาย เนื่องจากตัวสำรองอย่าง รายัน (บอร์นมัธ) ยังสร้างอิมแพ็คได้ไม่มากนัก
อย่างไรก็ตาม วิกฤตนี้อาจเป็นโอกาสทองของ เอ็นดริก วันเดอร์คิดวัย 19 ปีจากเรอัล มาดริด ที่ทำผลงานได้ดีในการยืมตัวกับลียงฤดูกาลนี้ แม้อันเชล็อตติจะพยายามบอกให้แฟนบอลใจเย็นและรอเวลาที่เหมาะสมในการใช้งานไอ้หนูรายนี้ แต่หากราฟินญ่าฟิตไม่ทันเกมชี้ชะตากับสกอตแลนด์ เอ็นดริก ก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่พร้อมที่สุดในเวลานี้
แท็กติกจังหวะสวนกลับ และปัญหาแดนกลางที่ยังแก้ไม่ตก เป็นที่น่าสังเกตว่าเกมบุกที่ดีที่สุดของบราซิลในนัดนี้มาจากการทำเกมแบบ “ทรานซิชั่น” (Transition) หรือการสวนกลับเร็ว อาศัยความเร็วเจาะพื้นที่ว่างหลังแนวรับของเฮติ มากกว่าการค่อยๆ ต่อบอลเจาะแนวรับที่ลงไปตั้งรับลึก ซึ่งแท็กติกนี้น่าจะเหมาะกับการเจอกับทีมใหญ่ในรอบลึกๆ โดยอาศัยความแข็งแกร่งของ มาร์กินญอส และ กาเบรียล มากัลเญส ในการรับแรงกดดัน ก่อนจะใช้ความเร็วของแนวรุกสวนกลับ
แต่จุดที่เป็น “ช่องโหว่” ชัดเจนที่สุดของเซเลเซาชุดนี้คือ แดนกลาง แม้คู่หู กาเซมิโร่ และ บรูโน่ กิมาไรส์ จะเจองานที่ง่ายขึ้นเมื่อพบกับเฮติ แต่พวกเขายังดูเชื่องช้าและอาจเป็นจุดอ่อนสำคัญหากต้องเจอทีมระดับท็อป การหาคนมาแทน กาเซมิโร่ ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะมี ฟาบินโญ่ ในวัย 32 ปี หรือ เอแดร์ซอน จากอตาลันต้า (ที่เพิ่งติดทีมชาติเป็นนัดที่ 4) ให้เลือกใช้งานก็ตาม
ชัยชนะเหนือเฮติถือเป็นก้าวสำคัญของบราซิล แต่อันเชล็อตติยังมีโจทย์ท้าทายรออยู่อีกมาก ทั้งการจัดการขุมกำลังแดนกลาง และการรอคอยไพ่เด็ดอย่าง เนย์มาร์ ที่เพิ่งกลับมาลงซ้อมและอาจพร้อมเป็นซูเปอร์ซับในเกมพบสกอตแลนด์ บราซิลชุดนี้จำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาสามารถยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นมาได้เมื่อถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบที่แท้จริง!