ฮาลันด์ ซัดนัดที่ 13 ติดต่อกัน! นอร์เวย์ เฉือน ไอวอรี่โคสต์ 2-1 ทะลุรอบ 16 ทีมชน บราซิล
ศึกฟุตบอลโลกรอบน็อกเอาต์ที่ดัลลัส กลายเป็นค่ำคืนประวัติศาสตร์ของทัพ “ไวกิ้ง” ทีมชาตินอร์เวย์ เมื่อพวกเขาสามารถคว้าชัยชนะในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรก โดยได้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ดาวยิงตัวเก่งพังประตูชัยช่วงท้ายเกม พาทีมเฉือนเอาชนะ ทีมชาติไอวอรี่โคสต์ ไปอย่างบีบหัวใจ 2-1 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับ บราซิล
ครึ่งแรก: นูซา โชว์เหนือชั้น นอร์เวย์นำก่อน เริ่มเกมในครึ่งแรก ทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันอย่างเข้มข้น ไอวอรี่โคสต์ได้ลุ้นหลายครั้งจากลูกตั้งเตะและจังหวะของ นิโกลาส์ เปเป้ แต่เป็นนอร์เวย์ที่เฉียบคมกว่า ในนาทีที่ 39 มาร์ติน โอเดการ์ด จ่ายบอลให้ อันโตนิโอ นูซา แต่งเข้าขวาในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะปั่นโค้งเสียบหน้าต่างเสาไกลเข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น ส่งให้นอร์เวย์ออกนำก่อน 1-0 ในครึ่งแรก
ครึ่งหลัง: ช้างดำฮึดสู้ ดิยัลโล่ ซัดคืน เข้าสู่ครึ่งหลัง ไอวอรี่โคสต์แก้เกมด้วยการส่ง อาหมัด ดิยัลโล่ แนวรุกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงสนามมาในนาทีที่ 60 และส่งผลทันตาในนาทีที่ 74 เมื่อ นิโกลาส์ เปเป้ จ่ายบอลถวายพานให้ อาหมัด ดิยัลโล่ ซัดด้วยซ้ายในกรอบ 6 หลา บอลพุ่งเสียบมุมซ้ายล่างอย่างเด็ดขาด ปรับสกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1
นาทีบาป: ฮาลันด์ ถูกที่ถูกเวลา เกมทำท่าว่าจะต้องยืดเยื้อ ทว่าในนาทีที่ 86 นอร์เวย์มาได้ประตูแห่งชัยชนะ จากจังหวะทำเกมทางกราบขวา แพทริก แบร์ก หลุดไปถึงสุดเส้นหลังก่อนหักข้อจ่ายกลับมาตรงกลาง บอลขลุกขลิกมาเข้าทาง เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่ยืนถูกตำแหน่ง ยิงด้วยซ้ายจ่อๆ ระยะ 6 หลาเข้าประตูไป นอร์เวย์นำ 2-1
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บยาวนานถึง 7 นาที ไอวอรี่โคสต์โหมบุกหนักและเกือบได้ประตูตีเสมอจากลูกโหม่งจ่อๆ ของ เอวาน เกสซ็องด์ แต่หลุดกรอบออกไป จบเกม ทีมชาตินอร์เวย์ เอาชนะ ทีมชาติไอวอรี่โคสต์ 2-1
สถิติและเส้นทางต่อไป: ประตูชัยในนัดนี้ส่งผลให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ทำสถิติยิงประตูในเกมแข่งขันอย่างเป็นทางการให้กับทีมชาตินอร์เวย์ติดต่อกันเป็นนัดที่ 13 และพาทีมผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับยักษ์ใหญ่อย่าง ทีมชาติบราซิล ต่อไป
🌟 สรุปเหตุการณ์สำคัญในเกม:
- 39′ ⚽ อันโตนิโอ นูซา (นอร์เวย์) นำ 1-0 (แอสซิสต์: มาร์ติน โอเดการ์ด)
- 74′ ⚽ อาหมัด ดิยัลโล่ (ไอวอรี่โคสต์) เสมอ 1-1 (แอสซิสต์: นิโกลาส์ เปเป้)
- 86′ ⚽ เออร์ลิง ฮาลันด์ (นอร์เวย์) นำ 2-1 (แอสซิสต์: แพทริก แบร์ก)